การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ความมุ่งมั่นของเรา
บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานขององค์กร โดยลักษณะธุรกิจของบริษัทเป็นธุรกิจโฮลดิ้งและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและการให้บริการ
ซึ่งดำเนินงานหลักผ่านอาคารสำนักงาน ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และกิจกรรมสนับสนุนทางธุรกิจ แหล่งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัทจึงเกิดจากการใช้พลังงานไฟฟ้าในสำนักงานเป็นหลัก และการใช้พลังงานจากกิจกรรมสนับสนุนการดำเนินงาน มิได้เกิดจากกระบวนการผลิตเชิงอุตสาหกรรมโดยตรง
บริษัทจึงมุ่งพัฒนาและยกระดับแผนการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดเป้าหมายในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดกระบวนการดำเนินงาน ควบคู่กับการเสริมสร้างความตระหนักรู้และความรับผิดชอบร่วมกันของพนักงานและผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวผ่านการดำเนินมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ โดยการใช้พลังงานหมุนเวียนภายในองค์กร เช่น การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) รวมถึงการปรับปรุงระบบทำความเย็นและการบริหารจัดการอาคาร พร้อมติดตั้งระบบควบคุมการใช้พลังงานอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
ในด้านการจัดการทรัพยากร บริษัทมุ่งสู่การเป็นองค์กร Zero Waste โดยลดการใช้วัสดุที่ก่อให้เกิดขยะ ส่งเสริมการคัดแยกและรีไซเคิล และปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมแก่พนักงานผ่านการสื่อสารและกิจกรรมรณรงค์อย่างต่อเนื่องเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในชีวิตประจำวัน
ด้วยมาตรการดังกล่าว บริษัทมีเป้าหมายในการสร้างความยั่งยืนในทุกกระบวนการดำเนินงาน ไม่เพียงเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือและความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วนในการมุ่งสู่อนาคตที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
ส่งเสริมความยั่งยืนระดับโลกผ่านการสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN SDGs)
ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
เป้าหมาย
ด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก
- การลดการปล่อยก๊าซเรือนลดลงอย่างน้อย ร้อยละ 1 ต่อปี
- การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิ ให้เป็นศูนย์ ภายในปี 2593
ด้านการจัดการพลังงาน
- ลดความเข้มข้นของปริมาณการใช้ไฟฟ้า ไม่น้อยกว่าร้อยละ 2 เมื่อเทียบกับปีฐาน
ผลการดำเนินงาน
ด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก
ในปี 2568 ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขต 1 และขอบเขต 2 รวม
ด้านการจัดการพลังงาน
ในปี 2568 ปริมาณการใช้ไฟฟ้าจากภายนอกจำนวน
ปริมาณการใช้ไฟฟ้าพลังงานสะอาด (Solar Roofrop)จำนวน
- รวมปริมาณการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด 1,030,194.56 กิโลวัตต์-ชั่วโมง
- หรือเท่ากับ 160.55 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ต่อตารางเมตรต่อปี
เพื่อรับมือกับปัญหาวิกฤติพลังงานและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น บริษัทได้ให้ความสำคัญกับการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยมุ่งลดการใช้พลังงานที่หมดไปและลดการพึ่งพาพลังงานจากแหล่งภายนอก ความมุ่งมั่นของบริษัทในการแก้ไขปัญหานี้สอดคล้องกับเป้าหมายที่กำหนดโดยอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change: UNFCCC) ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก อันเกิดจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นผลจากกิจกรรมมนุษย์และการใช้พลังงานอย่างฟุ่มเฟือย
ในแง่ของการดำเนินการ บริษัทได้ริเริ่มโครงการต่างๆ ที่มุ่งเน้นการอนุรักษ์พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยหนึ่งในโครงการที่สำคัญ คือ การเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ที่สามารถใช้ได้อย่างยั่งยืน และไม่มีผลกระทบจากการขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ
นอกจากนี้ บริษัทได้ดำเนินโครงการอนุรักษ์พลังงานโดยเน้นการใช้งานอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งโครงการเหล่านี้มุ่งเน้นไปที่การลดการใช้พลังงานในกิจกรรมต่างๆ ของบริษัท เช่น การใช้ไฟฟ้าสำหรับระบบคอมพิวเตอร์ ระบบปรับอากาศ และระบบไฟส่องสว่างในอาคาร ผ่านการควบคุมการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ลดการสูญเสียพลังงานที่ไม่จำเป็น และนำเทคโนโลยีประหยัดพลังงานมาใช้ในอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อลดการใช้พลังงานอย่างไม่จำเป็น
นอกจากนี้ บริษัทได้ริเริ่มการลดการใช้อุปกรณ์หรือเครื่องมือที่สร้างมลพิษหรือใช้พลังงานสูงเกินความจำเป็น เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้พลังงานของบริษัท เพื่อการรักษาอัตราการลดใช้พลังงานที่ซื้อจากภายนอกลงต่อเนื่อง พร้อมทั้งส่งเสริมกิจกรรมที่มีความเกี่ยวข้องกับการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนในทุกโอกาสที่ทำได้
ข้อมูลการใช้พลังงาน เจมาร์ท สำนักงานใหญ่ (ข้อมูล ณ 31 ธันวาคม 2568)
ตารางนี้สามารถเลื่อนแนวนอนได้
| ประเภท | หน่วย | 2566 | 2567 | 2568 |
|---|---|---|---|---|
| การใช้พลังงานที่ไม่ใช้พลังงานทดแทนทั้งหมด (พลังงานที่ซื้อจากภายนอก) | kWh | 2,039,987 | 1,795,000 | 898,636.00 |
| การใช้พลังงานทดแทนทั้งหมด | kWh | 210,628 | 242,700 | 131,558.56 |
| รวมการใช้พลังงานทั้งหมด | kWh | 2,250,615 | 2,037,700 | 1,030,194.56 |
สรุปผลจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ณ เจมาร์ท สำนักงานใหญ่ (ข้อมูล ณ 31 ธันวาคม 2568)
ตารางนี้สามารถเลื่อนแนวนอนได้
| ประเภท | ขอบเขต | หน่วย | 2566 | 2567 | 2568 |
|---|---|---|---|---|---|
| การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดที่สำนักงานใหญ่ | ขอบเขต 1-3 | tCO2e | 2,144.51 | 1,053.65 | 493.63 |
| การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง | ขอบเขต 1 | tCO2e | 1,124.72 | 156.33 | 44.40 |
| การปล่อยทางอ้อมจากพลังงานที่นำเข้า (อิงตามสถานที่) | ขอบเขต 2 | tCO2e | 1,019.79 | 897.32 | 449.23 |
| การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่น ๆ | ขอบเขต 3 | tCO2e | N/A | N/A | N/A |
| รายงานแยกต่างหาก (R-22) | tCO2e | 0 | 0 | 0 | |
| Greenhouse Gas Emissions Intensity per Square Meter (Carbon Intensity) | ขอบเขต 1-3 | tCO2e | 0.20 | 0.10 | 0.079 |
หมายเหตุ:
- การรายงานข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมและปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของ บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (ณ พื้นที่สำนักงานใหญ่)
- ครอบคลุมขอบเขตการดำเนินงานของบริษัทในเครือและบริษัทย่อยภายใต้กลุ่มเจมาร์ท ได้แก่ บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด, บริษัท บรูอิ้งแฮปปี้เนส จำกัด, บริษัท เจ เอีลิท จำกัด และ บริษัท เจจีเอส ซินเนอร์จี พาวเวอร์ จำกัด
- ในปี 2568 บริษัทได้ปรับปรุงโครงสร้างการจัดเก็บและบริหารจัดการข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับความถูกต้อง ครบถ้วน และสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ตามมาตรฐานการรายงานก๊าซเรือนกระจกที่เกี่ยวข้อง
- ส่งผลให้บริษัทกำหนดให้ปี 2568 เป็นปีฐาน (Base Year) สำหรับการติดตามและเปรียบเทียบผลการดำเนินงานด้านการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะต่อไป
- ดังนั้น ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของปีฐาน (2568) และข้อมูลของปีก่อนหน้า ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้โดยตรง เนื่องจากมีการปรับปรุงขอบเขตและวิธีการจัดเก็บข้อมูล
- ทั้งนี้ ข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัทในปี 2566–2568 ได้ผ่านการทวนสอบตามมาตรฐาน ISO 14064-1 : 2018 โดยหน่วยงานอิสระ คือ บริษัท บีเอสไอ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด
- เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในความถูกต้อง โปร่งใส และความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่เปิดเผยต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน
องค์กรพันธมิตรด้านการจัดการของเสียและการจัดการก๊าซเรือนกระจก

แนวทางการบริหารจัดการ
บริษัทเล็งเห็นถึงความสำคัญของการจัดการก๊าซเรือนกระจก จึงริเริ่มโครงการต่างๆเพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่างๆ ในกระบวนการดำเนินธุรกิจ จึงได้ริเริ่มโครงการ JMART Go Green เพื่อการรณรงค์ให้มีการลดการใช้ทรัพยากร และพลังงานภายในบริษัท การเพิ่มสัดส่วนของการใช้พลังงานหมุนเวียนแทนการใช้พลังงานจากฟอสซิล การนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อีกทั้งยังดำเนินงานอย่างต่อเนื่องในโครงการ Climate Care Platform กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อแสดงถึงความพยายามในการลดก๊าซเรือนกระจกจากการจัดกิจกรรมต่างภายในองค์กร ซึ่งมุ่งเน้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินธุรกิจให้เป็นไปตามเป้าหมาย เพื่อมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี 2593
ในแง่ของการดำเนินการ บริษัทได้ริเริ่มโครงการต่างๆ ที่มุ่งเน้นการอนุรักษ์พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยหนึ่งในโครงการที่สำคัญ คือ การเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ที่สามารถใช้ได้อย่างยั่งยืน และไม่มีผลกระทบจากการขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ โดยเน้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านมาตรการต่างๆอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ บริษัทได้บูรณาการการใช้พลังงานหมุนเวียนภายในองค์กร เช่น การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและสนับสนุนการใช้พลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ บริษัทได้ดำเนินโครงการอนุรักษ์พลังงานโดยเน้นการใช้งานอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งโครงการเหล่านี้มุ่งเน้นไปที่การลดการใช้พลังงานในกิจกรรมต่างๆ ของบริษัท เช่น การใช้ไฟฟ้าสำหรับระบบคอมพิวเตอร์ ระบบปรับอากาศ และระบบไฟส่องสว่างในอาคาร ผ่านการควบคุมการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ลดการสูญเสียพลังงานที่ไม่จำเป็น และนำเทคโนโลยีประหยัดพลังงานมาใช้ในอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อลดการใช้พลังงานอย่างไม่จำเป็น นอกจากนี้ บริษัทได้ริเริ่มการลดการใช้อุปกรณ์หรือเครื่องมือที่สร้างมลพิษหรือใช้พลังงานสูงเกินความจำเป็น เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้พลังงานของบริษัท เพื่อการรักษาอัตราการลดใช้พลังงานที่ซื้อจากภายนอกลงต่อเนื่อง พร้อมทั้งส่งเสริมกิจกรรมที่มีความเกี่ยวข้องกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกโอกาสที่ทำได้
ในด้านการจัดการทรัพยากร บริษัทพัฒนาระบบบริหารจัดการของเสียอย่างครบวงจร โดยมุ่งสู่การเป็นองค์กร Zero Waste ด้วยการลดการใช้วัสดุที่ก่อให้เกิดขยะ เช่น การรณรงค์ให้เลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง และส่งเสริมการคัดแยกขยะเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่หรือรีไซเคิล นอกจากนี้ บริษัทได้ปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่พนักงานในองค์กร ผ่านการให้ความรู้และการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่เน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในชีวิตประจำวัน
ด้วยมาตรการทั้งหมดนี้ บริษัทมีเป้าหมายในการสร้างความยั่งยืนในทุกกระบวนการดำเนินงาน ไม่เพียงเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเป็นการเสริมสร้างความตระหนักรู้และความรับผิดชอบร่วมกันของพนักงานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อมุ่งสู่อนาคตที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง
ผลกระทบความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
แม้เจมาร์ทจะไม่ได้ดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูงโดยตรง แต่ลักษณะการดำเนินงานที่พึ่งพาเครือข่ายสาขาค้าปลีก อาคารสำนักงาน ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับบริการทางการเงิน ทำให้องค์กรมีความเกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรง และทางอ้อมขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจส่งผลต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ต้นทุนการดำเนินงาน และความต่อเนื่องทางธุรกิจของกลุ่มบริษัทในระยะยาว
มิติของผลกระทบทางกายภาพ (Physical)
เหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง เช่น น้ำท่วม พายุ คลื่นความร้อน อาจส่งผลกระทบต่อสาขาค้าปลีก สำนักงาน และโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้การดำเนินงานหยุดชะงักชั่วคราว เกิดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมทรัพย์สิน และสูญเสียโอกาสทางรายได้ในช่วงเวลาที่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ ความเสียหายต่อระบบดิจิทัลหรือโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอาจกระทบต่อการให้บริการลูกค้าและการดำเนินธุรกรรมทางการเงิน
ในขณะเดียวกัน บริษัทมีการจัดทำแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan: BCP) เพื่อรองรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงการลงทุนในมาตรการป้องกันความเสี่ยง เช่น ระบบสำรองไฟฟ้า และการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสถานที่ตั้ง ซึ่งช่วยลดความสูญเสียทางการเงิน และเพิ่มความยืดหยุ่นขององค์กรในการรักษาความต่อเนื่องของการให้บริการแก่ลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสีย
มิติของการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Transition)
การเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมาย มาตรฐานการเปิดเผยข้อมูล และความคาดหวังของนักลงทุนเกี่ยวกับการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก อาจเพิ่มภาระด้านการจัดเก็บข้อมูล การรายงาน และการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงาน รวมถึงต้นทุนในการพัฒนาระบบบริหารจัดการพลังงานและก๊าซเรือนกระจก หากองค์กรไม่สามารถปรับตัวได้ทัน อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาดทุนและต้นทุนทางการเงินในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม การบูรณาการประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้าสู่ระบบบริหารความเสี่ยงองค์กร (Enterprise Risk Management: ERM) การกำหนดโครงสร้างการกำกับดูแลด้านสภาพภูมิอากาศอย่างชัดเจน และการตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ ช่วยเสริมสร้างความโปร่งใส เพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนและคู่ค้า ตลอดจนสนับสนุนความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและรักษามูลค่ากิจการในระยะยาว